|
๑. ประเพณี ทอดผ้าป่า

ระยะเวลา ขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา) อำเภอ เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่จัด บริเวณหน้าบ้านของประชาชนในอำเภอเมือง กิจกรรม การทอดผ้าป่า หมายถึง การที่ชาวบ้านนำผ้าบังสุกุล จีวร ไปทิ้งหรือทอดไว้ในป่าช้า เพื่อต้องการถวายเป็นสังฆทานและมีพระภิกษุมาชักนำไปใช้ประโยชน์ ในปี พ.ศ. นางพยอม สารสิน ได้ชักชวนให้มีการทอดผ้าป่าหน้าบ้าน ซึ่งได้ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี ได้รับช่วงต่อนำมาดำเนินการ การทอดผ้าป่าในจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองจะแตกต่างไปจากท้องถิ่นอื่น คือ เป็นการทอดผ้าป่าหน้าบ้าน ซึ่งเป็นงานใหญ่ชาวบ้านต่างเมืองสนใจกันมากถือเป็นงานประจำของจังหวัด เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ตั้งแต่หัวค่ำ อาคาร บ้านเรือน และร้านค้า จะจัดพุ่มผ้าป่าและประดับประดาสวยงามเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ชาดกต่าง นรก สวรรค์ หรือบางพุ่มก็รวมกันหลายคน สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการจัดพุ่มผ้าป่าคือ ผ้า 1 ผืน ห้อยไว้ที่พุ่มไม้สำหรับพระภิกษุชักเป็นผ้าบังสุกุล และปิ่นโต 1 เถา พร้อมภัตตาหาร เพราะในวันชักพระ พระภิกษุไม่ออกบิณฑบาต โดยเหตุนี้จึงเรียกพุ่มผ้าป่าในวันนี้ว่า "วันป่าข้าวสุก"
๒. ประเพณี ชักพระ ระยะเวลา แรม 1 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา) อำเภอ เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่จัด ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี กิจกรรม ประเพณีชักพระเป็นการจำลองเหตุการณ์ตามเรื่องรววใน เทโวโรหนสูตร เป็นประเพณีซึ่งสืบเนื่องมาแต่สมัยพุทธกาล เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปจำพรรษา ณ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ในดาวดึงส์เทวโลก เพื่อแสดงสัตตปกรณาภิธรรม โปรดพุทธมารดา ครั้นถึงวันออกพรรษาซึ่งเป็นวันปวารณา จึงทรงเสด็จลงมาจากดาวดึงส์พิภพสู่โลกมนุษย์ เมื่อพุทธศาสนิกชนทราบข่าวต่างก็ปิติยินดี ชวนกันไปเผ้ารอตักบาตร รับเสด็จกันจนเกิดประเพณีตักบารตเทโวและประเพณีชักพระขึ้น ประเพณีชักพระจะอัญเชิญพระพุทธรูปให้พุทธศาสนิกชนชักลากแห่นำไปบำเพ็ญกุศล และสมโภชเพื่อความเป็นศิริมงคล มีทั้งทางน้ำและทางบก โดยก่อนถึงวันออกพรรษา วัดและชาวบ้านจะช่วยกันเตรียมรถ เรือ ประดับตกแต่งอย่างสวยงามแล้วอันเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบก(นมพระ)บนเรือพระ รถพระ หลังจากชาวบ้านทำบุญตักบาตรคาว หวาน ซึ่งต้องมีขนมชนิดหนึ่ง เรียกว่า ขนมต้ม)ในวันออกพรรษาเรียบร้อยแล้วจะเริ่มชักเรือพระ รถพระออกจากวัดไปสมโภชพร้อมตีกลองโพนไปตลอดทาง
๓. ประเพณี การแข่งเรือยาว

ระยะเวลา ระหว่างประเพณีชักพระ อำเภอ เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่จัด แม่น้ำตาปีบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด กิจกรรม จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีแม่น้ำตาปี ไหลผ่าน ในฤดูน้ำหลากช่วงออกพรรษา เมื่อมีการชักพระทางน้ำ ชาวบ้านดอนตามหมู่บ้านต่าง ๆ จะจัดให้มีการแข่งเรือยาวเฉลิมฉลองประเพณีชักพระ นอกจากนั้นยังมีการจัดแข่งขันเรือพาย เรือแจว เรือหางยาว รวมทั้งการประกวดเรือตกแต่งทั้งประเภทความคิด สวยงาม ตลกขบขัน การแข่งขันเรือยาวได้พัฒนามาตามลำดับ จนถึงปี พ.ศ. 2542 ได้จัดให้มีการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งได้เชิญเรือจากต่างจังหวัด มาเข้าร่วมการแข่งขัน
๔. ประเพณี แห่ผ้าขึ้นพระธาตุเจดีย์ ระยะเวลา เดือนเมษายน อำเภอ ดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่จัด วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ กิจกรรม การจัดงานแห่ผ้าขึ้นพระธาตุเจดีย์และปิดทองรูปเหมือนหลวงพ่อจ้อย จัดกันมาเป็นประจำทุกปี ถือเป็นประเพณี เป็นเอกสิทธิ์ประจำถิ่นของ อำเภอดอนสัก พระครูกิตติมงคลพิพัฒน์ (หลวงพ่อจ้อย) ท่านเป็นพระเถระที่ปฏิบัติตนที่เป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนาและได้พัฒนาเสนาสนะของวัดมากมาย ได้แก่ กุฏิ ศาลาการเปรียญ การประปา ไฟฟ้า ได้เห็นประจักษ์แล้ว และที่สำคัญท่านเป็นผู้นำพัฒนาถนนหนทาง สถานที่สาธารณะประโยชน์ให้ครบหมู่บ้านจนพุทธบริษัทและศิษยานุศิษย์ทั่วทุกสารทิศ พากันเลื่อมใส เคารพนับถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระโอรส พระธิดา ได้เสด็จมาประกอบพิธีต่าง ๆ หลายครั้ง ณ วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้มปิติโสมนัสของชาวอำเภอดอนสักเป็นอย่างยิ่ง อำเภอดอนสักจึงร่วมกับคณะกรรมการวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ พุทธบริษัท อุบาสก อุบาสิกา ในเขตอำเภอดอนสัก ได้จัดงานขึ้นในเดือนเมษายนเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาและส่งเสริมประเพณีทางพุทธศาสนา และอนุรักษ์ประเพณี อันเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่นของอำเภอดอนสักให้คงอยู่สืบไป
๕. ประเพณีสวดทุ่ง ระยะเวลา เดือนหก อำเภอ อำเภอไชยา สถานที่จัด ในชุมชนต่าง ๆ กิจกรรม ประเพณีสวดทุ่ง เป็นประเพณีเก่าแก่ของอำเภอไชยาที่ถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณสะท้อนให้เห็นความเชื่อของชาวบ้านเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ เสนียดจัญไรต่าง ๆ ในปัจจุบันประเพณีนี้ยังถือปฏิบัติกันอยู่ในหมู่ของชาวบ้านในบางพื้นที่ของอำเภอไชยา การสวดทุ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้านและหมู่บ้าน เพื่อขับไล่เสนียดจัญไรภูตผี ปีศาจ ไข้ห่า และ ความชั่วร้ายทั้งปวง นอกเหนือจากนี้เป็นกีทำบุญรวมของหมู่บ้าน เพื่อเป็นการพบปะสังสรรค์ อันก่อให้เกิดความสามัคคี ซึ่งเป็นผลดีต่อการประกอบกิจการงานทั้งปวง ประเพณีจะจัดขึ้นในเดือน 6 บางหมู่บ้านจะทำในเดือน 5 หรือเดือน 7 ก็มี สถานที่จัดมักเป็นสถานที่เขตกลาง ไปมาหาสู่สะดวกมีบ่อน้ำกินน้ำใช้ ท้องนาใดมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็มักจะใช้สถานที่นั้น ประเพณีเริ่มขึ้น โดยในตอนเย็นของงานวันแรกจะนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดมนต์เย็นกลางทุ่งนาหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตกลงกันไว้หลังจากสวดเสร็จในตอนค่ำจะจัดให้มีมหรสพเพื่อสมโภช เช่น หนังตลุง มโนราห์ เพลงบอก กลองยาว ภาพยนตร์ ฯลฯ มหรสพต่าง ๆ มักแสดงกันจนสว่าง ในวันรุ่งขึ้นชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดและฉันภัตตาหารเช้า โดยชาวบ้านจะนำอาหารคาว อาหารหวานมาถวาย หลังจากพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะร่วมกันรับประทานอาหาร ก็เป็นอันเสร็จงาน
๖. ประเพณี วันจบปีจบเดือน ระยะเวลา แรม 15 ค่ำ เดือน 5 และ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 อำเภอ ทุกอำเภอในจังหวัด สถานที่จัด วัดต่าง ๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กิจกรรม วันจบปีจบเดือนถือเอาวันสิ้นเดือนห้าเริ่มเดือนหก คือ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 5 และขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ในวันนี้มีการทำบุญและการเล่นคล้าย ๆ กับวันสงกรานต์ คือ ชาวสุราษฎร์ธานีจะมีการทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ กลางคืนมีการเล่นสนุนสนาน เช่น มีนโนราห์ หนังตะลุง มาแสดง หรือประชันกัน มีการปิดทองพระ บางแห่งมึการขึ้นถ้ำ ในตอนเช้าของวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6
|