ชื่อ พิธีโกนจุก
ช่วงเวลาพอเด็กย่างเข้าขีดวัยเจริญ คือเด็กชายอายุประมาณ 13 ปี เด็กหญิงประมาณ 11 ปี บิดามารดาหรือผู้ปกครองก็จะเตรียมทำพิธีตัดจุก นั้นเรียกว่า "พิธีมงคลโกนจุก" งานพิธีเช่นนี้ จัดเป็นงานน้อยหรืองานใหญ่ ตามฐานะของเจ้าภาพ และถ้าหากประจวบกับงานพิธีอื่น ๆ เช่น ทำบุญวันเกิดหรือพิธีขึ้นบ้านใหม่ จะจัดรวมกันก็ได้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องมีงานพิธีในเวลาใกล้ ๆ กัน ในการตระเตรียมทำงานนี้ คือ ต้องนำวันเดือนปีของเด็กไปให้โหรผูกดวง และกำหนดฤกษ์ให้ นิมนต์พระสงฆ์มาสวดเย็นฉันเช้า และบอกเชิญแขกมากหรือน้อยตามฐานะนี้โดยมากนิยมกำหนดเป็น 2 วัน เริ่มงานในตอนเย็นที่โหรกำหนด รุ่งขึ้นตัดจุก
ความสำคัญเมื่อกุลบุตรธิดาเจริญวัยพอควรก็ต้องตัดผมจุก เรียกว่า "พิธีมงคลโกนจุก" พิธีนี้สำคัญ ต่อเด็กมาก เพราะเปรียบเสมือน เปลี่ยนสถานภาพจากเด็กเป็นคนหนุ่มสาว และเพื่อเป็นเครื่องหมายเป็นเด็ก เมื่อเข้าไปปรากฏตัวอยู่ในชุมชน ผู้ใหญ่จะได้มีความเมตตาอุปการะสมภาวะที่เป็นเด็กพิธีกรรมการไว้จุกนิยมไว้กันจนอายุ 11 ปี ถ้าเป็นชายอาจจะไว้จนถึงอายุ 15 ปี ก็ได้ จึงจะทำพิธีตัดจุกหรือโกนจุก ก่อนที่จะเริ่มงานจะต้องนำวัน เดือน ปี ของเด็กไปให้โหรกะวัน เวลา ฤกษ์ให้เสียก่อน แต่ต้องมิได้ตรงกับวันอังคาร เพราะถือว่าวันอังคารเป็นวันห้ามโกนจุก ก่อนที่จะเริ่มงาน จะต้องนำวัน เดือน ปี ของเด็กไปให้โหรกะวัน เวลาฤกษ์ ให้เสียก่อน แต่ต้องมิให้ตรงกับวันอังคาร เพราะถือกันว่าวันอังคารเป็นวันห้ามโกนจุก
สาระพิธีโกนจุก เป็นพิธีสำคัญ ดังนั้นต้องตระเตรียมเครื่องทวาทศมงคล 12 ประการ คือ ไตรพิธีมงคล 3 อัษฎาพิธมงคล 8 มุขวาทมงคล 1 ไว้ให้ครบ
ไตรพิธีมงคล 31. พระพุทธรัตนมงคล พระพุทธรูป ระงับสรรพทุกข์ 2. พระธรรมรัตนมงคล พระพุทธมนต์ ขจัดสรรพภัย 3. พระสังฆรัตนมงคล พระสงฆ์ บำบัดสรรพโรค
อัษฎาพิธมงคล8 คือ 1. สิริปตฺต์มงฺคล บายศรี แว่นเวียนเทียน สิริวัฒนะ 2. กรณฺทกุมฺภมงฺคล เต้าน้ำ หม้อน้ำ โภควัฒนะ 3. สงฺมงฺคล สังข์ทีฆายุวัฒนะ4. โสวณฺณรชฎาทิมงฺคล เงิน ทอง แก้ว แหวน สิเนหวัฒนะ 5. วชิรจกฺกาวุธมงฺคล จักรเครื่องอาวุธ อิทธิเตชวัฒนะ 6. วชิรคทามงฺคล กระบองเพชร ภูติปิศาจ ปฏิพาหนะ 7. อง์กุสมงฺคล ขอช้าง ตาข่ายช้าง อุปัทวอันตรายนิวารณะ 8. ฉตฺตธชมงฺคล ฉัตร ธงชัย กิตติวัฒนะในการกระทำพิธีวันเนื่องด้วยฤกษ์ ถ้ามีเหตุด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง ไปถูกฤกษ์ไม่ดีก็ถือว่าไม่เป็นสิริมงคล ดังนั้น ท่านผู้รู้เชี่ยวชาญในโหราศาสตร์จึงให้กลับชะตาเสียใหม่ดังคัดมาลงไว้ในที่นี้ ซึ่งเป็นพระราชหัตถเลขา ของรัชกาลที่ 4 ถึงพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีกุน พ.ศ. 2406 ว่า "ฉันมีตำราอยู่อย่างหนึ่งว่า สำหรับผู้ที่ถูกโกนฤกษ์ไม่ดี ท่านให้ตักน้ำที่สะอาด ในเวลาที่เป็นมงคลตั้งปิดไว้แล้ว หาดอกไม้หอม 8 อย่างมาใส่โถปิดไว้ แล้วคำนวณหาเวลาที่มีจันทร์ พระเคราะห์เป็นกาละชะตาดีในวันหนึ่ง ได้เวลานั้นแล้ว เปิดน้ำตั้งกลางแจ้ง เอาดอกไม้ 8 อย่าง ใส่อบลงแล้วจุดธูปเทียนบูชา 8 ดอก รอไว้จนเกือบสิ้นเวลาลักษณ์ดีแล้วเปิดไว้ อนึ่งให้เขียนดวงกลาชะตาที่ดี ลงในกระดานชนวน แล้วล้างลงในน้ำนั้นให้ทันเวลาดีก่อนแต่ปิดน้ำนั้นด้วย แล้วหาฤกษ์ดีอีกเวลาหนึ่ง ถึงเวลานั้นให้เขียนดวงชะตาเวลาล้างลงในน้ำนั้นอีก แล้วเอาน้ำรดตัวคนที่ถูกทำการฤกษ์ไม่ดี ผ่อนโทษนั้น ท่านว่ากลับเป็นดีไปตำรานี้เรียกว่ากลับชะตา"